
2026-03-23 16:11:52
ทั้งสองปัญหา เป็นปัญหาระดับประเทศและระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นมลพิษทางอากาศ และ เบาหวานชนิดที่ 2 ที่นับวัน ยิ่งเพิ่มจำนวนการเป็นมากขึ้น เพราะมลพิษทางอากาศทำให้เกิดการอักเสบที่เพิ่มขึ้น
บรรยากาศที่เป็นพิษในรูปก๊าซและอนุภาคในบรรยากาศ ที่มีขนาดเล็ก pm 2.5 มีความเสี่ยงและเชื่อมโยงกับโรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และกลุ่มอาการของเมตตาบอลิก
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดจากกลุ่มอาการเมตตาบอลิก มีการบ่งชี่ว่า มลพิษทางอากาศ อาจเกี่ยวข้องกับระบบการเผาผลาญกลูโคสที่บกพร่องต่อภาวะดื้ออินซูลิน และเบาหวานชนิดที่ 2
มลพิษทางอากาศ จะส่งผลต่อปอดเป็นอันดับแรก และจะสะสมในหลอดลมฝอยและเนื้อเยี่อถุงลมได้ง่าย การศึกษาต่างๆ แสดงให้เห็นว่าการสัมผัสกับอนุภาคในอากาศ จะกระตุ้นการปล่อยไซโตไคน์ (cytokines) และปัจจัยการอักเสบโดย การเพิ่มระดับโปรตีนในเลือด ลดความไวต่ออินซูลิน ปิดกันการดูดซึมกลูโคสในเนื้อเยื่อส่วนปลาย เพิ่มความเสี่ยงเบาหวานขนิดที่ 2
ในการทดลองในหนูพบว่า pm2.5 มีผลต่อปอดและตับ กระตุ้นแมโครฟาจ และกระตุ้นการสร้างไขมัน การสะสมของไขมัน และการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ไขมัน รวมถึงการอักเสษในไขมันที่ช่องท้อง ภาวะการดื้ออินซูล้ิน การเปลี่ยนแปลงในไมโทคอนเดรีย และ ERS ในตับ ในไขมันสีน้ำตาล นำไปสู่เบาหวาน
ในหนังสือ why we get sick ก็มีข้อเขียนในทำนองเดียวกัน pm2.5 ขนาดเล็กเข้าสู่กระแสเลือดได้ เนื่องจากมีขนาดเล็ก แต่ฝุ่นที่มีขนาดใหญ่ pm10 จะไม่เข้าสู่กระแสเลือด แต่มีผลกับร่างกาย และกระตุ้นการอักเสบได้ เมื่อมีสารพิษเข้าสู่ปอด เซลล์ภูมิคุ้มกัน (macrophages) จะตรวจจับ และกระตุ้นโปรตีนที่ก่อให้เกิดการอักเสบที่เรียกว่า cytokines เมื่อเข้าสู่กระแสเลือด จะไหลเวียนไปทั่วร่างกาย และมีผลต่ออวัยวะต่างๆ เช่นตับและกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจทำให้ดื้ออินซูลิน
ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงฝุ่นขนาดเล็ก ซึ่งตรงกับเสาหลักที่ 6 เรื่องมลพิษและสารพิษในเวชศาสตร์วิถีชีวิต
#feelgreat#phonfeelgreat#มลพิษทางอากาศ#phonfeelgreat#เบาหวาน#ภาวะการดื้ออินซูลิน
อ้างอิง NIH 2042018819897046 บทความเรื่อง Association between air pollution and type 2 diabetes: an updated review of the literature.
และ หนังสือ Why we get sick chapter 13 Lifestyle Factors : Air Pollution